รู้จักกับผู้แนะนำของคุณ ฐปน วันชูเพลา


กูรูด้านอีเบย์สอนลูกศิษย์ว่า "เศรษฐีเห็นโอกาส และโอกาสมีอยู่ทุกหนแห่ง" เป็นเช่นนั้นจริงๆ เป็นเช่นนั้นทุกธุรกิจ และเป็นเช่นนั้นมาตลอด แต่วันนี้ "โอกาสช่างโผล่ให้เห็นง่ายเหลือเกิน" เพียงเข้าร้านหนังสือ เราจะเห็นโอกาสรวยอยู่เต็มชั้นหมวดธุรกิจ-ไอที มีหนังสือฮาวทูเป็นพิมพ์เขียวให้เดินตาม บางทีความยากอาจอยู่ที่ "เราจะเลือกอะไรในความเยอะนั้น" ถึงเวลาที่ต้องเลือกแล้วครับ..เหมือนผมที่ตัดสินใจแล้ว

"อาจารย์โจ" ไพรัช ศรีนครินทร์ ยอดนักขายระดับพาวเวอร์เซลเลอร์และวิทยากรด้านอีเบย์ เว็บซื้อขายบนเน็ตอันดับหนึ่งของโลก กล่าวว่า "หนึ่ง..เศรษฐีเห็นโอกาส" และ "สอง..โอกาสมีอยู่ทุกหนแห่ง" ซึ่งผมเองเห็นด้วยกับที่อ.โจพูดครับ จากที่อ่านฟังประวัติของบรรดาคนรวยๆที่ประสบความสำเร็จ พวกเขาล้วนมีสายตามีมุมมองต่างกับชาวบ้านทั่วไปจริงๆ ไม่ว่ายุคสมัยไหน ถือว่าคุณสมบัติร่วมข้อหนึ่งของเศรษฐี

ขณะนึกเรื่องโอกาส มีความคิดหนึ่งแว้บเข้ามาในหัว "โอกาสสมัยนี้ มันมาให้เห็นง่ายกว่าสมัยก่อน" ... เทียบกับยุค 30 ปีก่อนแล้วกัน ถ้าอยากรวย ข้อมูลดิบที่อยู่ในการรับรู้ของเด็กรุ่นนั้น มีไม่กี่อย่าง ต้องเอนทรานซ์คณะแพทย์ วิศวะ สถาปัตย์ จบออกมามีงานทำรวยแน่ ถ้ารับปริญญาตรีสายอื่น ต้องมองหาบริษัทใหญ่ๆโตๆ เงินเดือนจะได้สูงๆ ถ้าเอาแบบชัวร์ๆมีเงินใช้ยาวถึงหลังเกษียณต้องรับราชการ ไม่ก็เรียนสูงๆจบด็อกเตอร์ไปเลย ส่วนเรื่องทำมาค้าขาย คิดได้แค่ขายคนแถวบ้าน เผื่อขายดิบขายดี ก็ขยายร้านเป็น 2-3 ห้องแถว

ถ้าอยากทราบว่า โอกาสรวยปรากฏตัวให้เห็นง่ายขนาดไหน ให้เข้าไปในร้านขายหนังสือแฟรนไชส์สาขาใหญ่ๆหน่อย เดินตรงไปที่หมวดธุรกิจกับคอมพิวเตอร์ จะพบหนังสือฮาวทูรวยอย่างไรเต็มชั้นไปหมด มีพ็อกเก็ตบุ๊คอย่างรวยเป็นล้านด้วยการเป็นเจ้าของร้านขายกาแฟ เบเกอรี่ ข้าวมันไก่ ก๋วยเตี๋ยว สะดวกซื้อ ซักรีด ฯลฯ รวยง่ายๆแบบออนไลน์จากร้านค้าบนเน็ต ขายของผ่านอีเบย์ ออนไลน์มาร์เก็ตติ้ง ให้บริการโน้นนั่นนี่บนโซเชี่ยลมีเดีย สร้างบล็อค รายได้จากกูเกิ้ล อะเมซอน ฯลฯ เป็นเศรษฐีด้วยการลงทุนในหุ้น ทองคำ อสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวม ตลาดเงิน ฯลฯ หรือโฆษณาในเฟซบุ๊ค เว็บบอร์ด บล็อก แบนเนอร์ ก็เต็มไปด้วยงานที่ทำแล้วรวยแน่ เงินไหลเข้าราวกับเครื่องพิมพ์ธนบัตร นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์วันละไม่กี่ชั่วโมง ไม่ต้องออกไปหาลูกค้า ฯลฯ

"โอกาสรวย" มันเยอะจริงๆครับด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย โลกที่แคบลง ประเทศต่างๆเชื่อมถึงกันหมด สภาพแวดล้อมสังคมเศรษฐกิจก็เอื้ออำนวยต่างๆนานา และที่สำคัญ คนไม่เพียงมองเห็น แต่ยังนำแบ่งปัน บอกต่ออย่างกว้างขวาง แนะนำวิธีสอนขั้นตอนเสร็จสรรพละเอียดยิบ ชนิดทำตามเรียงบทที่ 1-2-3-4-5... จบเล่ม รวยเลย!!!

คำถามที่ต้องขบคิดต่อมาคือ "โอกาสรวย เยอะขนาดนี้ มีต้นแบบให้ก๊อปปี้ชัดเจนขนาดนี้ เราจะเลือกโอกาสไหนดี"

ผมเคยผ่านประสบการณ์งงงวยเพราะลายตาในร้านหนังสือมาแล้ว ควักกระเป๋ารวมแล้วหลายพันบาทเฉพาะหมวดธุรกิจ-การตลาด-พัฒนาตัวเอง-คอมพิวเตอร์ไอที อ่านเล่มนี้ ธุรกิจนี้ก็ดูดี อ่านเล่มโน้น งานนี้พารวยแน่ แต่ยังเก้ๆกังๆไม่ยอมตัดสินใจโยนพวงมาลัยเลือกและทำอะไรจริงจังเสียที จนต้องกลับมาตั้งหลัก เอา "ตัวเอง" เป็นตัวตั้ง แล้วค่อยหาธุรกิจอะไรที่น่าสนใจ รู้สึกรักรู้สึกชอบที่จะทำ ต่างกับแต่ก่อนที่ใช้ "ธุรกิจ" เป็นตัวตั้ง แล้วมองความเป็นไปได้

ครั้งนี้ใช้เวลาไม่นานก็ตัดสินใจได้ และเซอร์ไพรส์ กลับเป็น "ตัวเลือก" ที่มองข้ามมาตลอด แต่มาแรงแซงโค้งเข้าวินหน้าตาเฉย เป็นงานหรือธุรกิจที่ผมไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่าจะทำ แต่ที่หยิบมาศึกษาหาหนังสือมาอ่านเพราะเพื่อนฝูงพยายามโน้มน้าวยกข้อดีต่างๆนานาให้จับธุรกิจตัวนี้ ชวนให้ไปนั่งฟังบรรยายแผนการตลาด รวมถึงพาไปซึมซับบรรยากาศงานฉลองผู้ประสบความสำเร็จในอาชีพนี้ แต่เพราะทัศนคติส่วนตัว ทั้งที่มีต่อธุรกิจและอาชีพ จึงปิดประตูทุกครั้งที่โอกาสตัวนี้มาเคาะเรียก

ผมเลือก "ธุรกิจเครือข่าย" หรือ "เอ็มแอลเอ็ม" หรือที่คนไทยเรียกแบบเหมารวมว่าขายตรงนั่นแหละครับ

ผมเคยประมวลความคิดที่มาที่ไปของลักษณะการหารายได้รูปแบบต่างๆ ก่อนลงเอยที่ธุรกิจเครือข่ายไว้ในบล็อก http://tapanaone.blogspot.com เขียนเป็นมินิซีรี่ส์ 8 แปดตอนจบ ชื่อ MLM Series One ซึ่งคุณๆสามารถอ่านได้จากลิงค์ขวามือของบล็อกดังกล่าว แต่ผมขอสรุปเหตุผลสั้นๆ ในการตัดสินใจจับธุรกิจเอ็มแอลเอ็มขณะที่อายุอานามจะแตกหลัก 50 ในปีหน้า ไว้ 3 ข้อดังนี้ครับ

1.
อยากทำงานที่มีรายได้แบบ passive
พักได้ หยุดได้ แต่ยังรับเงิน
ไม่ต้องรอเกษียณอายุหกสิบ
เลิกทำงาน แต่ยังมีรายได้

2.
อยากมีธุรกิจของตัวเอง
เป็นธุรกิจสำเร็จรูป พร้อมฮาว-ทู
ที่ลงทุนเบาๆ เสี่ยงน้อยๆ
ทำงานหนัก แต่ไม่ต้องทำจนแก่

3.
อายุอานามก็ใกล้ครึ่งศตวรรษ
วัยขนาดนี้ บ้าพลังไม่ไหวแล้ว
ขอเน้นสมองกับลูกเก๋าทำงาน
มีบริษัท, ระบบ, ทีมงานที่ดีช่วยหนุน

ภายหลัง มีโอกาสรับรู้ประโยคที่ประธานกรรมการบริษัทให้สัมภาษณ์ไว้ ก็ได้ใจของคนช่วงปลายวัยทำงานอย่างผมไปเต็มๆเลยครับ ท่านให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนไว้ดังนี้

"เราเพียงทำให้เห็นว่าเป็นองค์กรทันสมัย ส่วนคนที่จะมาทำเป็นรุ่นใหม่รุ่นเก่า เราไม่ได้คาดหวัง แต่เราค่อนข้างเชื่อว่า คนรุ่นเก่าคือกำลังสำคัญ ทำอะไรก็สำเร็จ เพราะทำอะไรทำจริง ทำนาน และไม่เลิก เพราะผ่านประสบการณ์มาแล้ว ล้มไม่ได้แล้ว แต่ถ้าเป็นคนรุ่นใหม่ เข้าเร็วออกเร็ว ตัดสินใจเร็ว แล้วเลิก อีกสามวันไม่เอาแล้ว สิ่งนี้ก็เป็นปัญหาเช่นกันสำหรับบริษัทขายตรง ที่เจอกลุ่มคนนี้ ยอดอาจขึ้นเร็ว แต่แป๊บเดียวก็ร่วง"

หวังว่า ธุรกิจเครือข่ายจะเป็นหนึ่งในตัวเลือกของคุณนะครับ เรียนเชิญศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.elite-powerteam.com/tapana/ แล้วกรอกข้อมูลส่วนตัวเพื่อรับ username และ password เพื่อเข้าระบบ

และถ้าอยากรู้จักเป็นการส่วนตัว ก็พบปะกันได้ที่เฟซบุ๊ค tapana.jcteam นะครับ

---------------------

P  R  O  F  I  L  E

---------------------

การศึกษา

- ปริญญาตรี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ บางแสน (ปัจจุบัน ม.บูรพา) คณะวิทยาศาสตร์ วิชาเอกฟิสิกส์
- ปริญญาโท Texas A&M University-Commerce, Department of Computer Science

ประสบการณ์ทำงาน

- นักวิชาการ สนพ.ประสานมิตร
- ผู้สื่อข่าวกีฬาต่างประเทศ น.ส.พ.วัฏจักรรายวัน ในเครือ บมจ.วัฏจักร
- บรรณาธิการข่าวกีฬาต่างประเทศ น.ส.พ.โลกกีฬารายวัน ในเครือ บมจ.วัฏจักร
- บรรณาธิการ กลุ่มข่าวกีฬา บจก.วัฏฏะ คลาสสิฟายด์ส
- บรรณาธิการ กลุ่ม New Media บจก.วัฏฏะ คลาสสิฟายด์ส
- คอลัมนิสต์ด้านกีฬา ธรรมะ วาไรตี้ บันเทิง ไอที ฯลฯ (ตามแต่ได้รับมอบหมาย)
- ผู้เรียบเรียงพ็อกเก็ตบุ๊ค "แม้วไม่โม้"

การทำงานในปัจจุบัน

- เจ้าของและบรรณาธิการ Local New Media "บางแสนสุข"
เว็บไซต์ www.bangsaensook.com
แฟนเพจ www.facebook.com/bangsaensookpage
เฟซบุ๊ค www.facebook.com/bangsaensook
- ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์, กองทุนรวม, ทองคำ ฯลฯ
- นักธุรกิจอิสระ Join and Coin Coporation